บทเรียนการบริหารต้นทุนจาก Ford และ GM: ทำไมการย้ายฐานผลิตกลับบ้านถึงไม่ใช่ทางออกเดียว

เมื่อมองไปที่อุตสาหกรรมยานยนต์ในระดับสากล บริษัทยานยนต์ยักษ์ใหญ่ กำลังต่อสู้กับปัญหาด้านต้นทุน ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิของบริษัท การวางแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) มีความเสี่ยงสูงกว่าที่เคย ถ้าลองนึกภาพการทำโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ราคาเหล็กที่เปลี่ยนไปทุกสัปดาห์ คือปัจจัยหลักที่จะตัดสินว่าบริษัทจะมีกำไรหรือขาดทุน

ผู้ผลิตรถยนต์ต้นแบบหรือ OEM ในเขตเศรษฐกิจสหรัฐฯ และแคนาดา เผชิญกับแรงเสียดทานรอบด้าน ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี การหันมาผลิตรถยนต์ไฟฟ้า บังคับให้บริษัทต้องจัดหาแร่ธาตุ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีราคาไม่คงที่และหายาก

การดำเนินมาตรการจัดซื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการขนส่งทางทะเล แต่ความเป็นจริงกลับพิสูจน์ว่านี่คือการแลกปัญหาหนึ่งกับอีกปัญหาหนึ่ง เมื่อความต้องการในประเทศพุ่งสูงแต่อุปทานมีจำกัด

การกระจุกตัวของการจัดซื้อในภูมิภาคเดียว อาจเกิดปัญหาหากมีมาตรการภาษีใหม่เกิดขึ้นภายในประเทศ ตามคำกล่าวที่ว่า "การหนีปัญหาจากระดับโลกมาเจอปัญหาในระดับท้องถิ่น"

ตลาดเหล็กในสหรัฐอเมริกาปัจจุบัน ถูกกดดันจากการควบคุมการนำเข้าของภาครัฐ สร้างกำแพงราคาสินค้าที่สูงเกินกว่าปกติ

บริษัทถลุงเหล็กยักษ์ใหญ่ มีแผนจะขยายการผลิตเพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้น ตามไปดูที่นี่ เพื่อตอบโจทย์นโยบายการดึงการผลิตกลับสู่สหรัฐฯ การขยายสายการผลิตรถกระบะและรถเอสยูวี ที่ทำให้ความต้องการวัสดุเพิ่มสูงขึ้น

การรักษากำไรสุทธิของบริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ไม่ใช่อยู่ที่ความล้ำสมัยของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่อยู่ที่ความแม่นยำในการคุมต้นทุนวัตถุดิบ บริษัทที่สามารถสร้างพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับซัพพลายเออร์ ย่อมเป็นผู้ที่อยู่รอดท่ามกลางพายุแห่งความผันผวนนี้

สุดท้ายแล้ว การเตรียมความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ คือก้าวแรกของการสร้างอุตสาหกรรมที่แข็งแรง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *